กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา-การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมส่งทัพนักกีฬาพาราไทย ลุยศึกอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11 ที่ประเทศอินโดนิเซีย

กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา-การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมส่งทัพนักกีฬาพาราไทย ลุยศึกอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11 ที่ประเทศอินโดนิเซีย


เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา,นายปรีชา ลาลุน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย,นายวุฒิชัย ชัยจิตต์ ผู้อำนวยการกองแข่งขันกีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารของบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ร่วมกันส่ง ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทยเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ สู่ เมืองโซโล ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมแข่งขันมหกรรรมกีฬาคนพิการอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม-6 สิงหาคม 2565

โดยประเทศไทยส่งนักกีฬาพาราไทยและเจ้าหน้าที่รวมทั้งสิ้น 479 คนร่วมชิงชัย ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง TSports7 ตลอดการแข่งขัน ซึ่งเมื่อนักกีฬาพาราเกมส์ไทยเดินทางถึงประเทศอินโดนีเซีย มีกำหนดเข้ารับการตรวจคลาสเพื่อวัดระดับความพิการ ในวันที่ 27-29 กรกฎาคม ก่อนเข้าร่วมชิงชัย ซึ่งพิธีเปิดการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม และเริ่มชิงชัยเหรียญทองตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคมเป็นต้นไป มีนักกีฬาจาก 11 ชาติอาเซียน ได้แก่ ไทย, บรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, เมียนมา, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เวียดนาม และติมอร์เลสเต เข้าร่วมแข่งขัน กว่า 1,500 คน ใน 14 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, บอคเซีย, ฟุตบอลคนตาบอด, หมากรุก, โกลบอล, ยูโด, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วีลแชร์เทนนิส, วอลเลย์บอลนั่ง และวีลแชร์บาสเกตบอล

นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า “การเดินทางมาร่วมส่งนักกีฬาในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬาพาราไทย ในการเดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้ขอให้มั่นใจว่าทางรัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนแสดงศักยภาพออกมาเพื่อให้เพื่อนชาวอาเซียนรู้ว่าเรามีขีดความสามารถมากขนาดไหน ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่านักกีฬาคนพิการของเราจะทำผลงานได้ดีและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน”

ด้านนายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า “จากการที่ได้รับมอบหมายจากท่าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้เป็นตัวแทนมาให้กำลังใจนักกีฬาพาราไทยเดินทางสู้ศึกอาเซียนพาราเกมส์ ในครั้งนี้ ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุก ๆ เรื่องทั้งการอำนวยความสะดวกด้วยการเช้าเหมาลำให้นักกีฬาเดินทางไปแบบสะดวกสบาย ความเป็นอยู่ต่าง ๆ ที่ประเทศอินโดนิเซีย เราก็มีทีมงานไปคอยช่วยเหลือและดูแล ก็อยากจะให้นักกีฬาทุกคนทำผลงานให้เต็มที่และอยากขอเชิญชวนแฟนกีฬาชาวไทยร่วมชมและร่วมเชียร์นักกีฬาพาราไทยด้วยครับ”

สำหรับทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยครองเจ้าเหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์มาแล้ว 6 สมัยจากการแข่งขัน 9 ครั้งที่ผ่านมา ได้แก่ ครั้งที่ 2 ปี 2546 ที่ประเทศเวียดนาม คว้าไป 101 เหรียญทอง / ครั้งที่ 3 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปี 2549 คว้าไป 139 เหรียญทอง / ครั้งที่ 4 ที่ จ.นครราชสีมา คว้าไป 256 เหรียญทอง / ครั้งที่ 5 ที่ประเทศมาเลเซีย ปี 2552 คว้าไป 157 เหรียญทอง / ครั้งที่ 6 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ปี 2554 คว้าไป 126 เหรียญทอง / ครั้งที่ 8 ที่ประเทศสิงคโปร์ ปี 2558 คว้าไป 95 เหรียญทอง ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยตั้งความหวังอย่างน้อย 70 เหรียญทอง

นักกีฬาคนหูหนวกมีความหวัง
เพิ่ม 30 ล่ามภาษามือนำทาง

การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมกับ สมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย เปิดโครงการอบรมผู้ช่วยเหลือนักกีฬาล่ามภาษามือ ระดับ 3 ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 22-24 กรกฏาคม 2565 ณ โรงแรมบ้านไทยบูทีค ซอยรามคำแหง 47 วัตถุประสงค์เพื่อต้องการสร้างบุคลากรให้เป็นผู้ช่วยเหลือนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน ในมหาวิทยาลัย ชมรม สโมสร ที่เป็นสมาชิกของกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และ ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอนในการแข่งขันกีฬาระดับจังหวัด ภายใต้การนำของ นายวทัญญู สดใส นายกสมาคมฯ และ น.ส.อัญชลินทร์ ศิวลักษณ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ร่วมกันเป็นวิทยากรถ่ายทอด และ ให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 30 คน เป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ผ่านการอบรมโครงการผู้ช่วยเหลือนักกีฬาล่ามภาษามือ ระดับที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณประโยชน์แก่นักกีฬาคนหูหนวก ในการเดินทางไปแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เนื่องจากนักกีฬาคนหูหนวก มักจะมาพร้อมกับอากัปกริยาของการพูดไม่ได้ จึงต้องอาศัยภาษามือเป็นการสื่อสาร พร้อมทั้งขอขอบคุณ นายกสมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับนักกีฬาและเล็งเห็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นข้างหน้า โดยเฉพาะผลงานของนักกีฬา และ ชื่อเสียงของประเทศไทย กับการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติในทุก ๆ ปี
ทางด้าน นายวทัญญู สดใส นายกสมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นเช่นกันว่า นักกีฬาคนพิการทุกประเภท เป็นคนที่ต้องการผู้ที่อำนวยความสะดวก แต่ไม่ต้องการคนช่วยเหลือ เนื่องจากทุกคนพร้อมที่จะแสดงศักยภาพและความสามารถของตัวเองว่าทำได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งในส่วนของนักกีฬาคนหูหนวกที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และพูดไม่ได้ ทุกคนจึงต้องการคนที่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย ล่ามภาษามือจึงเป็นผู้ที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับนักกีฬาผู้บกพร่องทางหู การที่เปิดโครงการครั้งนี้ ได้ผู้ที่ผ่านการอบรมมากถึง 30 คน กลุ่มนี้จะเป็นบุคลากรที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับนักกีฬาคนหูหนวก เนื่องจากแต่ละคนสามารถใช้ภาษามือสื่อสารกับคนหูหนวกได้เป็นอย่างดี ส่วนปีหน้ายังคงเปิดอบรมในรุ่นต่อ ๆ ไป เพื่อเป็นสายใย และ จิ๊กซอร์ เปรียบเสมือนตัวเชื่อมที่ดีระหว่าง นักกีฬาคนหูหนวก กับ คนปกติทั่วไป เพื่อร่วมด้วยช่วยกันนำพาไปสู่จุดหมายเดียวกันคือ การสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เหมือนเช่นทุก ๆ ปีที่ผ่านมา



Youtube/Vimeo Video Link

สลับแผงควบคุม: Youtube/Vimeo Video Link

Sidebar Layout

สลับแผงควบคุม: Sidebar Layout

MashShare Social Sharing Options

สลับแผงควบคุม: MashShare Social Sharing Options Social Media Image

ADD IMAGE

Optimal size for post shared images on Facebook, Google+ and LinkedIn is 1200px x 630px. Aspect ratio 1.9:1 Social Media Title

95 Characters Remaining

This title is used by the open graph meta tag og:title and will be used when users share your content on Facebook, LinkedIn, or Google+. Leave this blank to use the post title Social Media Description

297 Characters Remaining

This description is used by the open graph meta tag og:description and will be used when users share your content on Facebook, LinkedIn, and Google Plus. Leave this blank to use the post excerpt.


 Pinterest Image

ADD IMAGE

Pinned images need to be more vertical than horizontal in orientation. Use an aspect ratio of 2:3 to 1:3.5 and a minimum width of 600 pixels. So an image that is 600 pixels wide should be between 900 and 2100 pixels tall. Pinterest Description

Place a customized message that will be used when this post is shared on Pinterest. Leave this blank to use the the post title Custom Tweet

257 Characters Remaining

Based on the shortened post url and the current content above your tweet has a maximum of 140 characters. If this is left blank the post title will be used.Share Button PositionUse Global SettingDisable Automatic ButtonsAbove ContentBelow ContentAbove & Below Content Open Graph Type

This is used by the open graph meta tag og:type. Leave this blank to use the default value “article”.


AddToAny

สลับแผงควบคุม: AddToAny

 Show sharing buttons.

  • เรื่อง
  • บล็อก

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา,นายปรีชา ลาลุน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย,นายวุฒิชัย ชัยจิตต์ ผู้อำนวยการกองแข่งขันกีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารของบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ร่วมกันส่ง ทัพนักกีฬาพาราทีมชาติไทยเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ สู่ เมืองโซโล ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมแข่งขันมหกรรรมกีฬาคนพิการอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม-6 สิงหาคม 2565

โดยประเทศไทยส่งนักกีฬาพาราไทยและเจ้าหน้าที่รวมทั้งสิ้น 479 คนร่วมชิงชัย ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง TSports7 ตลอดการแข่งขัน ซึ่งเมื่อนักกีฬาพาราเกมส์ไทยเดินทางถึงประเทศอินโดนีเซีย มีกำหนดเข้ารับการตรวจคลาสเพื่อวัดระดับความพิการ ในวันที่ 27-29 กรกฎาคม ก่อนเข้าร่วมชิงชัย ซึ่งพิธีเปิดการแข่งขันจะมีขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม และเริ่มชิงชัยเหรียญทองตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคมเป็นต้นไป มีนักกีฬาจาก 11 ชาติอาเซียน ได้แก่ ไทย, บรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, เมียนมา, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, เวียดนาม และติมอร์เลสเต เข้าร่วมแข่งขัน กว่า 1,500 คน ใน 14 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, ยิงธนู, แบดมินตัน, บอคเซีย, ฟุตบอลคนตาบอด, หมากรุก, โกลบอล, ยูโด, ยกน้ำหนัก, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส, วีลแชร์เทนนิส, วอลเลย์บอลนั่ง และวีลแชร์บาสเกตบอล

นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า “การเดินทางมาร่วมส่งนักกีฬาในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬาพาราไทย ในการเดินทางไปแข่งขันในครั้งนี้ขอให้มั่นใจว่าทางรัฐบาลและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ขอให้ทุกคนแสดงศักยภาพออกมาเพื่อให้เพื่อนชาวอาเซียนรู้ว่าเรามีขีดความสามารถมากขนาดไหน ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่านักกีฬาคนพิการของเราจะทำผลงานได้ดีและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน”

ด้านนายประชุม บุญเทียม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กล่าวว่า “จากการที่ได้รับมอบหมายจากท่าน ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้เป็นตัวแทนมาให้กำลังใจนักกีฬาพาราไทยเดินทางสู้ศึกอาเซียนพาราเกมส์ ในครั้งนี้ ผมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมกับความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ในทุก ๆ เรื่องทั้งการอำนวยความสะดวกด้วยการเช้าเหมาลำให้นักกีฬาเดินทางไปแบบสะดวกสบาย ความเป็นอยู่ต่าง ๆ ที่ประเทศอินโดนิเซีย เราก็มีทีมงานไปคอยช่วยเหลือและดูแล ก็อยากจะให้นักกีฬาทุกคนทำผลงานให้เต็มที่และอยากขอเชิญชวนแฟนกีฬาชาวไทยร่วมชมและร่วมเชียร์นักกีฬาพาราไทยด้วยครับ”

สำหรับทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยครองเจ้าเหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์มาแล้ว 6 สมัยจากการแข่งขัน 9 ครั้งที่ผ่านมา ได้แก่ ครั้งที่ 2 ปี 2546 ที่ประเทศเวียดนาม คว้าไป 101 เหรียญทอง / ครั้งที่ 3 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ปี 2549 คว้าไป 139 เหรียญทอง / ครั้งที่ 4 ที่ จ.นครราชสีมา คว้าไป 256 เหรียญทอง / ครั้งที่ 5 ที่ประเทศมาเลเซีย ปี 2552 คว้าไป 157 เหรียญทอง / ครั้งที่ 6 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ปี 2554 คว้าไป 126 เหรียญทอง / ครั้งที่ 8 ที่ประเทศสิงคโปร์ ปี 2558 คว้าไป 95 เหรียญทอง ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ทัพนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทยตั้งความหวังอย่างน้อย 70 เหรียญทอง

นักกีฬาคนหูหนวกมีความหวัง
เพิ่ม 30 ล่ามภาษามือนำทาง

การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมกับ สมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย เปิดโครงการอบรมผู้ช่วยเหลือนักกีฬาล่ามภาษามือ ระดับ 3 ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 22-24 กรกฏาคม 2565 ณ โรงแรมบ้านไทยบูทีค ซอยรามคำแหง 47 วัตถุประสงค์เพื่อต้องการสร้างบุคลากรให้เป็นผู้ช่วยเหลือนักกีฬา ผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน ในมหาวิทยาลัย ชมรม สโมสร ที่เป็นสมาชิกของกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และ ทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอนในการแข่งขันกีฬาระดับจังหวัด ภายใต้การนำของ นายวทัญญู สดใส นายกสมาคมฯ และ น.ส.อัญชลินทร์ ศิวลักษณ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ร่วมกันเป็นวิทยากรถ่ายทอด และ ให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมการอบรมจำนวนทั้งสิ้น 30 คน เป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ผ่านการอบรมโครงการผู้ช่วยเหลือนักกีฬาล่ามภาษามือ ระดับที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณประโยชน์แก่นักกีฬาคนหูหนวก ในการเดินทางไปแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เนื่องจากนักกีฬาคนหูหนวก มักจะมาพร้อมกับอากัปกริยาของการพูดไม่ได้ จึงต้องอาศัยภาษามือเป็นการสื่อสาร พร้อมทั้งขอขอบคุณ นายกสมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับนักกีฬาและเล็งเห็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นข้างหน้า โดยเฉพาะผลงานของนักกีฬา และ ชื่อเสียงของประเทศไทย กับการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติในทุก ๆ ปี
ทางด้าน นายวทัญญู สดใส นายกสมาคมกีฬาคนหูหนวกแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นเช่นกันว่า นักกีฬาคนพิการทุกประเภท เป็นคนที่ต้องการผู้ที่อำนวยความสะดวก แต่ไม่ต้องการคนช่วยเหลือ เนื่องจากทุกคนพร้อมที่จะแสดงศักยภาพและความสามารถของตัวเองว่าทำได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งในส่วนของนักกีฬาคนหูหนวกที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน และพูดไม่ได้ ทุกคนจึงต้องการคนที่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย ล่ามภาษามือจึงเป็นผู้ที่มีคุณค่ามากที่สุดสำหรับนักกีฬาผู้บกพร่องทางหู การที่เปิดโครงการครั้งนี้ ได้ผู้ที่ผ่านการอบรมมากถึง 30 คน กลุ่มนี้จะเป็นบุคลากรที่มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาลสำหรับนักกีฬาคนหูหนวก เนื่องจากแต่ละคนสามารถใช้ภาษามือสื่อสารกับคนหูหนวกได้เป็นอย่างดี ส่วนปีหน้ายังคงเปิดอบรมในรุ่นต่อ ๆ ไป เพื่อเป็นสายใย และ จิ๊กซอร์ เปรียบเสมือนตัวเชื่อมที่ดีระหว่าง นักกีฬาคนหูหนวก กับ คนปกติทั่วไป เพื่อร่วมด้วยช่วยกันนำพาไปสู่จุดหมายเดียวกันคือ การสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เหมือนเช่นทุก ๆ ปีที่ผ่านมา

Share