นายกยินดี“บิ๊กฮง”สุนทร จารุมนต์ นายกสอยคิวไทย ชื่นชมฮีโร่ ทุกคนที่ช่วยกันสร้างความยิ่งใหญ่ คว้า 2 แชมป์โลก กับ 1 รองแชมป์ และอันดับคว้า 3 อีก 3 คน

นายกยินดี
“บิ๊กฮง”สุนทร จารุมนต์ นายกสอยคิวไทย ชื่นชมฮีโร่ ทุกคนที่ช่วยกันสร้างความยิ่งใหญ่ คว้า 2 แชมป์โลก กับ 1 รองแชมป์ และอันดับคว้า 3 อีก 3 คน

ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในทัวร์นาเมนต์ที่ มาเซีย พร้อมเปิดใจเป็นครั้งแรก หลังโดนผู้ไม่หวังดีอยากเป็นนายกปล่อยข่าวโจมตีก่อนเลือกตั้งโดยเผยว่า ก่อนเข้ามาเป็นนายก หมดไปประมาณ 30 ล้าน ในตำแหน่งผู้จัดการทีมมากว่า 20 ปี ดูแล อัดฉีด นักกีฬาทุกชุด พอเข้ามารับตำแหน่งนายกฯ ไม่เคยคิดคดโกงสมาคมแม้แต่บาทเดียวพร้อมชี้แจง ในแต่ละปี จัดสนุ้ก ไทยแลนด์ แร็งกิ้งฯ ได้งบจากภาครัฐ และสปอนเซอร์เกือบ 10 ล้าน แต่ค่าจัดใช้ 15 ล้านบาทต่อปี แถมจัดแข่งขันรายชิงแชมป์ประเทศไทยทุกประเภท หรือแม้แต่ส่งไปแข่งขันต่างประเทศ จะได้รับการสนับสนุนไม่ถึง 70% ซึ่งส่วนที่ขาดหายไปทั้งหมด ตัวเองออกทั้งหมด เพียงเท่านี้ ยังโดนหาว่า โกงกินสมาคมฯ ตบท้าย บิ๊กฮง ยืนยัน ขอเห็นวงการพัฒนา นักกีฬามีรายได้เลี้ยงชีพ ขอเป็นนายกสมัยที่ 2 เป็นสมัยสุดท้าย ก่อนวางมือ


จากความสำเร็จของทัพสอยคิวไทยในการแข่งขันสนุกเกอร์สมัครเล่นชิงแชมป์โลก ที่ประเทศมาเลเซีย โดยนักสอยคิวไทย สามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้ามาได้ถึง 2 แชมป์โลก จาก สนุกเกอร์ประเภททีม รุ่นอายุเกิน 40 ปี ที่มี “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย”วัฒนา ภู่โอบอ้อม อดีตมืออันดับ 3 ของโลก กับ “หนู ดาวดึงส์”นพดล นภจร อดีตแชมป์สมัครเล่นโลก ปี 34 และแชมป์โลก สนุกเกอร์ 6 แดง หญิง จาก “แอม นครปฐม”วรัตน์ฐนัน ศุภ์กฤษธเนศ จอมคิวสาวหล่อ พร้อมด้วย รองแชมป์โลก สนุกเกอร์ 15 แดงทีม ของ “นุ้ก สงขลา”กฤษณัส เลิศสัตยาทร กับ “ไผ่ สากล”จงรักษ์ บุญรอด 2 หนุ่มจากแดนใต้ รวมทั้งอันดับ 3 ในสนุกเกอร์ 6 แดง โลก หญิง “พลอย ขอนแก่น”พลอยชมพู เหล่าเกียรติพงษ์ กับบิลเลียดชิงแชมป์โลก จาก “รมย์ สุรินทร์”ประพฤติ ชัยธนสกุล และสนุกเกอร์ 6 แดง ชิงแชมป์โลก จาก”อิศ จันท์”อิศรา กะไชยวงษ์


ล่า”บิ๊กฮง”สุนทร จารุมนต์ นายกสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ได้ออกมากล่าวว่า ต้องขอแสดงความยินดี และชื่มชมความสำเร็จกับรางวัลที่นักกีฬาทุกคนสามารถสร้างความสุขให้กับแฟนกีฬาชาวไทย นับว่าการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลก ที่ประเทศมาเลเซีย นักกีฬาไทยสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการแข่ง ซึ่งมีการชิงชัย 6 รายการ ซึ่งทีมสอยคิวไทย สามารถคว้าแชมป์โลกมาได้ถึง 2 แชมป์ กับ 1 รองแชมป์ และอันดับอีก 3 รางวัล ถือว่ามาตราฐานนักสอยคิวไทยสูงกว่าชาติต่างๆในทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งต้องขอขอบคุณนักกีฬาทุกคนกับการทุ่มเท ฝึกซ้อม อย่างหนักจนนำชื่อเสียงประเทศไทยให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งในเวทีโลก


“ต้องยอมรับว่า มาตราฐานนักสอยคิวไทยมีมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจาก ทัวร์นาเมนต์แข่งขันที่มีจำนวนมาก ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นรายการ สนุกเกอร์ 15 แดง ไทยแลนด์ แร็งกิ้ง เซอร์กิต ที่มีถึง 7 รายการ รวมทั้งชิงแชมป์ประเทศไทย แถมยังมี สนุกเกอร์ หญิง ชิงแชมป์ประเทศไทย, เยาวชนชิงแชมป์ประเทศไทย,บิลเลียดชิงแชมป์ประเทศไทย, สนุกเกอร์ 6 แดงชิงแชมป์ประเทศไทย และล่าสุด สมาคมได้ร่วมกับ USNOOKER จัดสนุกเกอร์ 6 แดง ไทยแลนด์ แร็งกิ้งฯ อีก 5 รายการในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการจัดให้มีการแข่งขันเกม 6 แดง ที่มีการจัดอันดับนักกีฬาขึ้นเป็นครั้งแรกของเมืองไทย ชิงเงินรางวัลสูงที่สุด ทำให้สนุกเกอร์ไทยมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้อย่างสบาย ไม่รวมการแข่งขันที่จัดขึ้นตามโต๊ะตลาดทั่วไป” บิ๊กฮง กล่าว


นายสุนทร จารุมนต์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนเข้ามารับตำแหน่งนากสมาคมกีฬาบิลเลียดแห่งประเทศไทย ก็เพื่อมุ่งหวังจะให้กีฬาสนุกเกอร์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงสถานการณ์ โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก กว่า 2 ปีกีฬาแทบทุกชนิดต้องเลื่อนการแข่งขัน หรือยกเลิกการจัดการแข่งขัน มีเพียงสนุกเกอร์เท่านั้นที่ยังจัดให้มีการแข่งขันครบทุกรายการ เพื่อมุ่งหวังให้นักกีฬาทุกคนมีรายได้เลี้ยงตัวเอง ไม่เคยคิดคดโกงเลยแม่แต่น้อย แต่ไม่น่าเชื่อว่ายังมีผู้ไม่หวังดีอยากเป็นนายก สร้างเรื่องเท็จมาโจมตีตนและสมาคมก่อนเลือกตั้งหาว่าเข้ามาหวังผลประโยชน์กับสมาคมโกงกินกับเงินสนับสนุนที่ได้รับ ใส่ร้ายต่างๆนานา ทำหนังสือร้องเรียนไปหลายองค์กร ซึ่งตนก็ไม่เคยออกมาพูด เพราะไม่อยากให้วงการสอยคิวแตกแยก แต่ตอนนี้ตนอยากออกมาพูดบ้าง
“ที่ผ่านมา ผมเคยเป็นผู้จัดการทีม ในยุคที่คุณ สินธุ พูลศิริวงศ์ เป็นนายกสมาคม เป็นมากว่า 20 ปี ดูแลนักกีฬาอย่างดี ทั้งคุมไปแข่งขัน รวมทั้งอัดฉีดรางวัลต่างๆไม่ให้น้อยหน้ากีฬาอื่นๆ ใช้เงินตัวเองไปเกือบ 30 ล้านบาท จนได้มาเป็นนายกสมาคม เงินสักบาทผมก็ไม่เคยคดโกง ทุกวันนี้ ตั้งแต่ตนปีจนถึงวันนี้ ผมยังต้องสำรองออกค่าใช้จ่ายต่างๆไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการแข่งสนุกเกอร์ทุกรายการ ส่งนักกีฬาไปแข่งต่างประเทศ รวมแล้วเกือบ 20 ล้านบาท ซึ่งยังไม่ได้จากการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยหลายสมาคมก็เกิดปัญหากับเรื่องดังกล่าวนี้เช่นกัน และผมก็อยากชี้แจงในข้อสงสัยจากผู้ที่ไปฟังคนไม่หวังดีใส่ร้ายต่างๆนานา
การจัดการแข่งขันสนุกเกอร์ แร็งกิ้ง ใช้งบจัดประมาณ 15 ล้าน แต่สมาคมได้รับการสนับสนุนเได้แค่ไม่ถึง 10 ล้านบาท โดยได้จาก กกท.เกือบ 6 ล้าน จากสปอนเซอร์ 4 ล้าน, การจัดการแข่งขันหรือส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศ จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ถึง 70% ขึ้นอยู่กับรายการที่ส่งไปแข่งขัน โดยเงินที่ขาดในต่างๆทั้งหมด นายกสมาคมต้องจ่ายเองทั้งหมด แล้วจะมีส่วนไหนให้ผมโกงกินได้บ้าง ซึ่งสิ่งต่างๆที่ผมชี้แจงก็เพื่อให้ทุกท่านที่ฟังผู้ไม่หวังดีรับทราบความจริง ผมไม่อยากให้ฟังความข้างเดียว เพราะตอนนี้การบริหารงานเริ่มขาดสภาพคล่องเพราะต้องรอเงินจาก การกีฬาแห่งประเทศไทยที่ยังไม่ได้จ่ายมาตั้งแต่ต้นปี ซึ่งผมขอยืนยันว่า การอาสาเข้ามาทำงานสมาคมกีฬา คือการเสียสละโดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน ผมไม่เคยคิดทำกำไรกับการกีฬาสนุกเกอร์ ขอเพียงได้เห็นกีฬาที่เรารัก พัฒนาไปได้ดีนักกีฬามีรายได้ มีชีวิตที่ดี ในยุคที่ตัวเองเป็นนายกฯเท่านี้ผมก็ภูมิใจแล้ว และคิดว่า การเป็นนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯสมัยที่ 2 พอหมดวาระก็จะวางมือแล้ว” สุนทร กล่าว

Share