ผว.จ.เชียงราย นำคณะลงพื้นที่อำเภอแม่สาย เสริมความเข้มงวดในมาตรการกำลัง 3 ฝ่าย คุมเข้มชายแดนสกัดโควิด 2019

ผว.จ.เชียงราย นำคณะลงพื้นที่อำเภอแม่สาย เสริมความเข้มงวดในมาตรการกำลัง 3 ฝ่าย คุมเข้มชายแดนสกัดโควิด 2019

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย ว่าที่ ร้อยตรี ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือถึงมาตรการต่าง ๆ เกี่ยวกับการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ตามแนวชายแดน เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2564 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สาย และเดินทางไปตรวจสถานกาณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย ติดกับจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยมี นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอแม่สาย ตลอดทั้ง หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น ร่วมหารือด้วย

โดยภารกิจในครั้งนี้ เพื่อปรับมาตรการป้องกันไวรัสโควิด 2019 ให้เข้มข้มกว่าเดิม หลังจากก่อนหน้านี้ มีการปิดชายแดนตลอดแนว ยกเว้นจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างกันเท่านั้นเพียงจุดเดียวเท่านั้น

โดยเจ้าหน้าที่ได้กำหนดมาตรการใหม่ เน้นความเข้มงวดเรื่องการจัดสถานที่ เพื่อทำการคัดแยกคนงานไทยและเมียนมาให้ชัดเจนและไม่ให้ปะปนกัน โดยเฉพาะฝั่งไทยที่มีรถยนต์บรรทุกสินค้าและรถตู้ขนส่งสินค้ารวมกันประมาณ 200-300 คัน

 นอกจากนี้ ยังได้กำหนดมาตรการห้ามการจับกลุ่มกัน โดยเฉพาะเคยมีเรื่องการรวมตัวกันดื่มสุรา-เล่นการพนันให้เลิกพฤติกรรมโดยเด็ดขาด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังจะกำหนดให้มีการติดบัตรเฉพาะกิจให้ทุกคนและรถทุกคันเพื่อไม่ให้มีการปลอมปนของคนภายนอก ส่วนเสื้อคนงานภายในก็ได้กำหนดให้มีความชัดเจนคนละ 1 ชุด ไม่ให้มีเกินความจำเป็นที่อาจนำไปใช้เวียนกัน ที่สำคัญจะมีการเสริมกำลังจากทหารมณฑลทหารบกที่ 37 ตำรวจจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครองจากหน่วยเฉพาะกิจนรสิงห์ เข้าไปหน่วยงานละ 1 ชุดปฏิบัติการเพื่อเสริมกำลังในการควบคุมให้ได้ผลอย่างเต็มที่อีกด้วย

 นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันนั้น ทางศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ประกาศให้มีจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงและเข้มงวด 13 จังหวัด เอาไว้ชัดเจนแล้ว ส่วนด้าน จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และยังมีแนวชายแดนโดยเฉพาะด้านอำเภอแม่สาย ซึ่งพบว่าในฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ก็มีการระบาดของโรคเช่นกัน และยังมีคนไทยตกค้าง ซึ่งอยากกลับเข้ามาประเทศอีก ดังนั้น จึงต้องมีการกำหนดมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น เพราะลำพังสถานการณ์ภายในประเทศเราก็หนักหนาพออยู่แล้ว ยังมีกรณีชายแดนที่มีความซับซ้อนเพราะเป็นเขตเมืองที่ต้องใช้กำลังหลายฝ่ายเข้าสนับสนุนฝ่ายทหาร กระนั้นจึงขอยืนยันว่าการค้ายังคงเป็นไปตามปกติ ส่วนการข้ามไปมาของผู้คนก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เข้มงวดเพื่อไม่ให้มีการนำเข้าโรคเพิ่มเติม และไม่นำโรคออกไปติดต่อในประเทศเพื่อนบ้านด้วย

 สำหรับกรณีคนไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวที่ข้ามไปทำงานในฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก โดยทางการกองกำลังผาเมืองได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงราย ว่ามีผู้แจ้งผ่านเจ้าหน้าที่ชายแดนประมาณ 20 คน ไม่ได้มีมากถึง 100 คนตามที่เป้นข่าว และจะกลับประเทศผ่านทางสะพานข้ามลำน้ำสายแห่งที่ 2 ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ โดย ตม.เมียนมาจะตรวจสอบหากเข้าเมืองผิดฏมายต้องเปรียบเทียบปรับก่อน และเมื่อกลับมาถึงฝั่งไทยจะต้องเข้าสู่การกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน ทั้งนี้จังหวัดเชียงรายขอให้คนไทยที่อยู่ในเมียนมาที่ต้องการกลับบ้าน สามารถติดต่อขอกลับประเทศผ่านเจ้าหน้าที่ชายแดน หรือขอกลับประเทศผ่านทางสถานกงศุลไทยทางออนไลน์ได้อีกช่องทางหนึ่งได้ด้วย

🍇🍍🍓🌮🍵🍭🏺🎊🎯🎭🔮🌏🏯⛽️🚀🛰
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
วันพฤหัสบดีที่ 22/07/64

Share